kw suspension

kw suspension

kw suspension ระวัง โช๊คอัพ รถยนต์ พังทลาย! ใช้รถยนต์ต้องมอง-รู้ก่อนเสียเงินซ่อมแซม
โช๊คอัพ รถยนต์ มีกี่แบบ , เลือกยังไง , เช็คยังไงว่าเสีย , ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนดี…?สวัสดีท่านผู้ครอบครองรถทุกคนครับผม วันนี้ “Milework” จะมาเคลียปัญหาให้ได้ทราบกัน เรียกได้ว่าเมื่ออ่านเนื้อหานี้จบแล้ว “คุณต้องอยากรีบกลับไปเช็ครถของคุณเลยที่เดียว”ว่ากันเรื่องการใช้รถยนต์ในวันแล้ววันเล่า พวกเราๆท่านๆชอบดูแลรถเพียงแค่การไป ล้าง อัด ฉีดในวันหยุดเพียงเท่านั้น ครั้งคราวไม่มีความสนใจระบบต่างๆที่สำคัญนั่นคือ ระบบช่วงล่าง ที่นอกจากจะช่วยเรื่องความนุ่มนวลแล้ว ท่านรู้ไหมครับผม? อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนหลายครั้ง เป็นเนื่องจากว่าระบบช่วงล่างของรถมีปัญหา

ฉะนั้นอีกความสำคัญหนึ่งก็คือ “ยึดรถกับผิวถนน kw และช่วยเรื่องการทรงตัวของรถยนต์” นั่นเองโดยธรรมดาอาจจะมีหลากหลายชนิด แต่ว่ารูปแบบการทำงานไม่ต่างกันนัก ซึ่งหลักการทำงานในปัจจุบัน มีอยู่ 2 จังหวะเป็นจังหวะยืด แล้วก็ จังหวะยุบ พูดง่ายๆว่า ในขณะขับรถตอนล่างจะรอเบาแรงขณะยุบและก็ยืดตัวอยู่เสมอเวลา ช่วยคุ้มครองปกป้องไม่ให้ขณะเบรคกระทันหันแล้วหน้ารถทิ่มแทงลงมีกี่แบบเราอาจเคยได้ยิน แบบเดิมๆกับ แบบแต่ง ก็อาจมีปัญหาสำหรับคนที่ใช้รถทั่วๆไปอย่างเราๆว่ามีด้วยหรือ?

แล้วที่ว่าแบบเดิมกับแต่ง ต่างกันอย่างไร? แล้วจำต้องเปลี่ยนไหม ? ก็จะบอกอย่างนี้นะครับว่าบางทีอาจจะไม่มีความจำเป็นในเรื่องที่ท่านขับขี่บนท้องถนนในเมือง ซึ่งแบบแต่งนั้นจะนิยมในกรุ๊ปนักแต่งรถยนต์ หรือนักแข่งขันสายซิ่งที่อยากเพิ่มความสามารถของรถยนต์สำหรับการขับรถ การยึดเกาะถนน

อย่างนั้นมาดูกันว่าของเดิมๆมีกี่แบบ

1. ชนิดกระบอกโดดเดี่ยว (Mono Tube)ลักษณะของกระบอก จะเป็นชิ้นเดียวตามชื่อ แต่แบบโดดเดี่ยวนี้จำเป็นมากที่จำต้องใช้สิ่งของที่มีความแข็งแรง-คงทนสูง สามารถรับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ถ้าตัวกระบอกไม่แข็งแรงพอ แน่ๆว่าจะมีปัญหาสำหรับเพื่อการรับแรงจากรถทั้งยังคันรวมถึงแรงจากพื้นตอนที่กำลังขับขี่ อาจทำให้กระบอกเบี้ยวผิดแบบ แต่ว่าแค่ทนอย่างเดียวก็คงจะไม่เพียงพอ สิ่งของที่ใช้ผลิตยังต้องมีน้ำหนักเบาอีกด้วย จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มนักซิ่ง นักแต่งรถยนต์ ก็เลยทำให้ราคาแพงแพงกว่าแบบอื่น

2. จำพวกกระบอกคู่ (Twin Tube)เป็นแบบที่ใช้งานกันอยู่ทั่วๆไป ที่เรียกว่ากระบอกคู่ ก็เพราะเหตุว่าด้านในเป็นกระบอกสองชั้น (มีการดำเนินงานของกระบอกที่สลับซับซ้อนกว่าแบบ Mono Tube พอสมควร) กระบอกข้างในปฏิบัติภารกิจเป็น “กระบอกสูบ” ซึ่งมีน้ำมันที่ออกแบบมาเป็นพิเศษบรรจุไว้ด้านใน ส่วนช่องว่างข้างนอก จะเป็น “ช่องสำรองน้ำมัน” แบ่งเป็นอีก 2 แบบ คือ แบบน้ำมันอย่างเดียวเรียก “จำพวกกระบอกคู่-แบบน้ำมัน” จะมีน้ำมันบรรจุราว 2 ใน 3 ที่เหลือจะเป็นอากาศ

การที่บรรจุน้ำมันในปริมาณที่มากช่วยในประเด็นการเคลื่อนที่นุ่มนวล อีกชนิดยอดนิยมในขณะนี้คือ ชนิดกระบอกคู่-แบบก๊าซ” ก็จะใส่ “ก๊าซ” ไว้ภายในช่องน้ำมันสำรองนี้ด้วย โดย”แก๊ส”นี้จะช่วยสำหรับเพื่อการตอบสนองที่เร็วทันใจอีกทั้งการคืนตัวเร็ว-ยุบช้า แต่ว่าจะมีความแข็งแรงมากกว่าแบบน้ำมัน (ก๊าซมานะดันสู้ตลอดเวลา) ก็ได้เรื่องการเกาะถนนที่ดี ลดอาการโคลงตัว แต่ความนุ่มนวลก็จะลดน้อยลงกว่าแบบน้ำมัน

สรุปข้อดีของ จำพวกกระบอกคู่หมายถึงต้นทุนการสร้างถูกกว่า ตัวอุปกรณ์ไม่จำเป็นต้องคงทนเสมือน จำพวกกระบอกคนเดียว ด้วยเหตุว่ากระบอกสูบจริงๆนั้นอยู่ด้านใน ข้างนอกเป็นช่องน้ำมันสำรอง ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องความแข็งแรง ทำให้ราคาไม่สูงมากมาย จึงได้รับความนิยมและก็ใช้กันอยู่ทั่วๆไปแถมสำหรับคนที่สนใจ โช๊คอัพ รถยนต์ แบบแต่ง จะแบ่งเป็น 3 แบบ

1.ชนิดปรับความสูงมิได้ลักษณะเสมือนของเดิมๆที่ติดมากับรถยนต์ เพียงมีการพัฒนาให้มีสมรรถนะที่สูงขึ้น หนึบแน่นยึดเกาะผิวถนนได้ดิบได้ดีขึ้น ซึ่งสังเกตว่าจะไม่สามารถที่จะปรับความสูงได้ เบ้าสปริงจะมีขนาดใหญ่เท่าของเดิมที่ผลิตขึ้นจากโรงงาน เหมาะสำหรับผู้ที่ประทับใจความหนึบโดยยิ่งไปกว่านั้น และก็พึงพอใจกับระดับความสูงจากพื้นของตัวรถยนต์ ไม่อยากให้โหลดหรือยกสูงมากไป

2.จำพวกสตรัทปรับเกลียวได้รับความนิยมพอสมควร บริเวณเบ้าสปริงสามารถปรับให้สูง-ต่ำได้ดังที่ผู้ครอบครองรถพอใจ มีสปริงทรงกระบอก เรียกว่า สปริงหลอด ที่ปรับความแข็งหรือเรียกว่า “ค่า K.” ได้ ส่วนขนาดก็มีนานัปการให้เลือก ซึ่งจะเห็นได้ว่าพัฒนามาจากแบบแรกนั่นเอง ได้รับความนิยมเยอะที่สุดในวงการมอเตอร์สปอร์ตบ้านเรา

3. ชนิดสตรัทปรับเกลียว-แบบสไลด์กระบอกแบบสไลด์กระบอก สามารถปรับความสูงที่ตัวกระบอกได้เลย ไม่ต้องไปยุ่งยากปรับที่เบ้าสปริงแล้ว ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการปรับความสูง แม้กระนั้นการปรับให้สามารถณะการทำงานโดยรวมออกมาดีนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายพอควร นักซิ่งที่ใช้รถสำหรับเพื่อการแข่งอยากได้สมรรถนะสูงๆทำให้อายุการใช้งานของรถยนต์สั้นลง การปรับความสูงของสปริงก็จะยากขึ้นตามภาวะของรถสรุปของแต่ง มีคุณประโยชน์ยังไงดูแล้ว

ถ้าหากเราๆท่านๆขับในเมืองทั่วไป คงไม่จำเป็นที่จะต้องไปปรับเปลี่ยนของเดิมๆจะแปลงอีกรอบก็เปลี่ยนตามสภาพของอะไหล่ที่หมดอายุใช้งานแล้ว ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ส่วนนักแข่งขัน สายซิ่ง ที่จะต้องเพิ่มสมรรถนะให้รถยนต์ก็เห็นจะหลบลี้ไม่ได้ แม้กระนั้นข้อระวังอาจจะเป็นเรื่อง “การโหลดรถยนต์โดย “ตัดสปริง” ที่จำเป็นจะต้องใช้ช่างมีฝีมือสำหรับในการทำรวมทั้งตรวจเช็คอย่างละเอียดก่อนใช้จริง เพราะว่าได้โอกาสที่กระบอกสูบจะหักได้ช่วงเวลาที่ใช้งานถ้ากล่าวถึงอายุการใช้งานของ

โดยทั่วไปจำนวนมากจะอยู่ที่ประมาณ 3 ปี ถ้าหากคิดเป็นจำนวนกิโลก็อยู่ระหว่าง 60,000 – 100,000 ก.ม. แม้กระนั้นนี่เป็นเพียงการประเมินอายุการใช้งานเพียงคร่าวๆเพียงแค่นั้น ส่วนปัจจัยสำคัญๆก็อย่างที่บอกนะครับ จำต้องขึ้นอยู่กับการใช้แรงงานของรถด้วย ถ้าธรรมดารถใหม่ ใช้งานที่ 25,000 ก.ม. แล้วเราจะต้องนำรถยนต์เข้าไปเช็คที่ศูนย์บริการสักนิดสักหน่อยว่า

ระบบตอนล่างยังรับแรงชน ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของตัวรถขณะรถยนต์วิ่ง แล้วก็ช่วยให้รถยนต์เกาะถนนขณะเข้าโค้งเจริญอยู่หรือไม่อาการชำรุดเอ่ยถึงอาการทรุดโทรมกันบ้าง เมื่อรถยนต์ของคุณผ่านการใช้งานมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอควร ตอนที่กำลังขับขี่ผ่านผิวรอยต่อถนนหนทางหรือขึ้นเนินหลังเต่า

จะรู้สึกได้ถึงแรงชนที่มากเปลี่ยนไปจากปกติ หรือขณะขับรถขึ้นสะพานจะรู้สึกแปลกๆว่ารถยนต์มีลักษณะกระโจน ขับลงทางชันจะมีลักษณะกระเด้ง ตอนที่กำลังขับรถยนต์ผ่านผิวที่เป็นแอ่งกระทะ ความเร็วโดยประมาณ 70-80 ก.ม./ช.ม. จะมีความรู้สึกได้ว่ารถมีลักษณะโผบินเล็กหน่อย จากอาการข้างต้นนี้ สามารถบอกได้ว่าคุณควรเช็คภาวะหรือแปลง โช๊คอัพ รถยนต์ ใหม่ได้เเล้ว

ตรวจเช็คบ่อยระบบตอนล่างทำงานมากมากมายๆเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆทั้งรองรับแรงกระแทกแรงสะเทือนจากหลุม บ่อ คอสะพาน บนถนนหนทาง ช่วยทำให้การขับขี่นุ่มนวลและช่วยให้พวกเราควบคุมรถได้อย่างมั่นอกมั่นใจ แบบนั้นเรามาตรวจดูรถของเรากันสักนิดสักหน่อยว่ายังใช้งานก้าวหน้าอยู่ไหม ?

1.ตรวจสอบการคืนตัวเราสามารถวิเคราะห์การคืนตัวของรถยนต์ได้อย่างไม่ยากเย็นเพียงแต่ใช้มือกดรถยนต์บริเวณมุมที่ปรารถนาทดลอง ออกแรงกดสัก 5 ครั้ง เพื่อดูการคืนตัวของรถยนต์ แม้การคืนตัวที่ออกจะไวแสดงว่ายังปกติอยู่

2.ตรวจทานรอยรั่วสังเกตรอยรั่วของน้ำมันบริเวณข้อต่อต่างๆถ้าหากพบรอยเปื้อนน้ำมันไหลออกมาจากกระบอก ก็มีโอกาสที่กระบอกจะรั่วได้ ซึ่งทำให้ความสามารถการทำงานนั้น น้อยลงไปด้วยเหตุว่าน้ำมันที่ช่วยสร้างความนิ่มนวลพร่องไปจากเดิม

3.พินิจทรงแน่นอนว่าปกติจะเป็นทรงกระบอกแบบสมมาตร แม้กระนั้นถ้าเกิดมองด้วยตาเปล่าแล้วผิดเพี้ยนไป ก็ไม่ต้องสงสัยนะครับบางทีก็อาจจะตกหลุมใหญ่ๆมา หรือได้รับแรงกระแทกหนักๆจนผิดแบบทรง การเปลี่ยนใหม่บางทีก็อาจจะเป็นโอกาสแรกๆของปัญหานี้นะครับ

4.ดอกยางที่ล้อข้างใดข้างหนึ่งสึกแตกต่างจากปกติลองเช็คหน้ายางที่รถยนต์ของคุณครับผม ว่าดอกยางด้านไหนมีลักษณะสึกไม่ปกติหรือเปล่า! แม้สังเกตุเจอร่องรอยการสึกที่ไม่สม่ำเสมอจากล้อข้างที่สงสัย อาจมีความหมายว่า ข้างนั้นๆของคุณน่าจะมีปัญหา

5.รู้สึกแปลกๆขณะออกตัว-เบรคทดลองดูเมื่อออกตัวรวมทั้งเบรคตอนที่กำลังขับขี่ด้วยความเร็วปกติ ถ้าพบว่าในห้องโดยสารมีการสั่นมากยิ่งกว่าปกติ เวลาขับรถขึ้นเนินหรือลูกระนาดจะพบว่ามีการเด้งขึ้น-ลง กระทั่งรู้สึกได้ว่าไม่นิ่มนวลอย่างที่ควรเป็น ให้รีบตรวจสอบทันทีทันใดครับผม

6.รถมีลักษณะเหิน-ร่อนขณะขับรถด้วยความเร็ว รู้สึกว่ารถยนต์มีลักษณะเหาะน่าจะเป็นที่ โช๊คอัพ รถยนต์ บางตัวมีการพังจนถึงไม่อาจควบคุมสมดุลของรถได้เหมือนตัวอื่นๆดังนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ให้รีบนำรถไปตรวจเช็คที่ศูนย์หรืออู่จะดีเยี่ยมที่สุดเมื่อรู้แบบนี้แล้ว รีบไปตรวจเช็ครถยนต์ของพวกเรากันสักนิดสักหน่อย เนื่องจากระบบช่วงล่างเป็นจุดที่จะต้องรับแรงชนจากข้างล่าง และก็ข้างบนอยู่เสมอเวลา ถ้าเกิดตรวจพบความแตกต่างจากปกติควรรีบไปเข้าศูนย์บริการ หรืออู่ในทันที เพราะไม่ใช่แค่เรื่องความนิ่มนวลในการขับรถ ยังเป็นเรื่องไม่มีอันตรายของตัวคุณเองด้วย

ปัญหายอดฮิตเมื่อตอนนี้รู้แล้วว่า โช๊คอัพ รถยนต์เป็นอะไหล่สำคัญของระบบช่วงล่าง ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋งหรือรถกระบะ ยิ่งภาวะถนนหนทางบ้านพวกเราแล้วมีโอกาสอย่างมากที่อะไหล่บางจำพวกจะสึกเร็วกว่าอายุการใช้งานจริง นี่จะเป็น 5 ปัญหา ที่พวกเรามักสงสัยไปดูกันว่าจะมีปริศนาไหนตรงกับใจพวกเราบ้างรึป่าวประกาศ ?

1.ควรซ่อมหรือเปลี่ยนดียิ่งกว่ากัน ?ตอบ อาจตอบได้ทั้งยัง 2 แบบขอรับ ให้มองอาการจะดียิ่งกว่า เป็นต้นว่า ใช้ยังไม่ถึงปีแต่มีการรั่วซึมของน้ำมันข้างใน ก็มีช่างที่รับซ่อม แม้กระนั้นหากอายุ 5 ปีขึ้นไป การทำงานไม่ดีอย่างเดิม กดลงไปไม่คืนตัวหรือคืนตัวช้ามาก ก็เสนอแนะให้เปลี่ยนครับ

2. จะต้องตั้งศูนย์รถยนต์ใหม่ด้วยหรือเปล่า?ตอบ บางทีอาจไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งศูนย์ถ้าหากเปลี่ยนแบบทั่วไป แม้กระนั้นถ้าเกิดจะยกสูงหรือโหลดเตี้ยลงก็แนะนำว่าต้องตั้งศูนย์ด้วยครับ

3. เพราะเหตุไรราคาถึงราคาแพงไม่เท่ากัน แล้วแตกต่างกันยังไง ?ตอบ จะถูกหรือแพง ส่วนใหญ่อยู่ที่แบรนด์ของอะไหล่ เทคโนโลยีใหม่ๆและสิ่งของสำหรับการผลิตขอรับ ทดลองพิเคราะห์จากการใช้รถยนต์ของท่านแล้วกันว่าที่ไหนจะดีที่สุด

4. ใช้รถยนต์นานเพียงใดถึงถึงเวลาปลี่ยน ?ตอบ อายุการใช้งานส่วนมากอยู่ที่ 5 ปี หรือประมาณ 50,000 กฎหมาย (ราว 1 หมื่น กฎหมาย/ปี) ดังนี้อยู่ที่การใช้แรงงานของท่านด้วย เป็นต้นว่า ขนย้ายหรือบรรทุกของหนักๆ, ให้บริการ Taxi , ขับระยะทางไกลเป็นประจำก็เป็นเหตุที่ทำให้อายุของอะไหล่สั้นลง

5. แบบก๊าซ หรือ น้ำมัน แบบไหนดีมากกว่ากัน ?ตอบ นิยามอย่างง่ายของแต่ละแบบ ดังนี้ครับ แบบแก๊ส จะให้ความแข็งกระด้างมากยิ่งกว่าถ้าหากคุณชอบขับรถที่ใช้ความเร็วสูง ไม่ค่อยแตะเบรค แบบแก๊สคงจะตอบโจทย์เยอะที่สุด ส่วนแบบน้ำมัน จะให้ความนิ่มนวลในการขับมากยิ่งกว่า เหมาะสมกับขับรถในเมืองที่ใช้ความเร็วต่ำ

กลับหน้าหลัก

Recommended Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *